โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังอีกโรคหนึ่งที่มีความสำคัญ โดยผู้ป่วยจะตรวจพบน้ำตาลปริมาณสูงมากกว่า 126 mg% ในเลือด ซึ่งถ้ามากเกิน 180 mg% จะสามารถพบน้ำตาลในปัสสาวะได้ โดยโรคเบาหวานจะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1. IDDM (Insulin dependent diabetes mellitus) มักเกิดในผู้ที่อายุน้อยกว่า 30 ปี โดยจะมีการทำลายเซลล์ที่สร้าง insulin
2. NIDDM (Non-insulin dependent diabetes mellitus) มักเกิดในผู้ที่อายุมากกว่า 30 ปี โดยผู้ป่วยจะมีภาวะต้านต่อ insulin ดังนั้น จึงอาจจะตรวจพบ insulin สูงหรือปกติก็ได้
สาเหตุ สาเหตุของโรคเบาหวานยังไม่ทราบ แต่โรคเบาหวานมีความสัมพันธุ์กับกรรมพันธุ์ ความอ้วน อายุที่มากขึ้น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไม่ออกกำลังกาย
อาการ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย กินเก่งแต่น้ำหนักลด ถ้าเป็นมากแล้ว มักจะเกิดอาการจากภาวะแทรกซ้อน เช่น เกิดแผลง่ายและแผลหายช้า ตามัว ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคแทรกซ้อนที่ควรระวัง โรคตา โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคปลายประสาทอักเสบ ภาวะฉุกเฉิน เช่น น้ำตาลต่ำ น้ำตาลสูง หรือ ketosis
การรักษา
ถ้าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จำเป็นต้องใช้ insulinในการรักษาเพราะร่างกายไม่สามารถที่จะสร้าง insulin ได้เพียงพอ แต่ถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จะใช้การคุมอาหารในระยะแรก แต่ถ้าไม่ได้ผลจะเริ่มใช้ยาในการรักษา
ชนิด insulin
1. Short acting insulin (lispro)
2. Intermittent acting insulin (NPH)
3. Long acting insulin (lente)
ยารักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2
1. HMG CoA reductase inhibitor (statin)
2. Sulfonylurea (tolbutamide, chloropropamide, gripizide)
3. Biguanide (metformin) มักใช้ในผู้ที่อ้วนและน้ำตาลไม่สูงมาก
4. Glitazone
5. Alpha-glucosidase inhibitors (acarbose)
